Biotech Thailand is a biomedical & biotechnology directory providing a list of organisations, products & services in the biotech industry.

NEWS

    

“เฮลท์แคร์” อาเซียนฝุ่นตลบ ญี่ปุ่นแห่ลงทุน หนีสงครามการค้า

a08946d16a3bbead351fe17a0d478636.jpg

ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพอย่าง ยา อุปกรณ์การแพทย์ หรือสถานพยาบาล ถูกมองว่าเป็นที่หลบภัยชั้นดีจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยบรรดาบริษัทใหญ่ทั้งในจีนและญี่ปุ่น ต่างพากันโยกย้ายเม็ดเงินมาลงทุนกับธุรกิจนี้ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งดีมานด์บริการทางการแพทย์มีแนวโน้มสูงขึ้นตามสภาพสังคมสูงวัยในหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย เช่นเดียวกับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจากโรคไต โรคหัวใจ-หลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ฯลฯ โดยมีทั้งรูปแบบจับมือพันธมิตรท้องถิ่น เข้าถือหุ้นใหญ่ในเครือโรงพยาบาล หรือเข้ามาปักธงธุรกิจด้วยตัวเอง

สำนักข่าวนิกเคอิเอเชียนรีวิว รายงานว่า ยักษ์เทรดดิ้งคอมปะนีสัญชาติญี่ปุ่นหลายราย อาทิ “อิโตชู” (Itochu) “มิตซุยแอนด์โค” (Mitsui&Co.) และ “ซูมิโตโม” (Sumitomo) ต่างพร้อมใจกันเร่งเครื่องธุรกิจสุขภาพในพอร์ตของตน หวังปั้นแหล่งรายได้ใหม่รับมือสงครามการค้าจีน-สหรัฐ และชดเชยการชะลอตัวในธุรกิจพลังงานและเหมืองแร่

โดยเมื่อเดือน มี.ค. “อิโตชู” ประกาศลงทุนใน “ซันท็อปเฮลท์แคร์” บริษัทสัญชาติจีนผู้ให้บริการฟอกไตในโรงพยาบาลกว่า 1,000 แห่งในเซี่ยงไฮ้ และเมืองอื่น ๆ หลังการกินอาหาร

ไขมันสูงแบบตะวันตก ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ในความร่วมมือนี้มีทั้งการลงทุนด้วยเม็ดเงิน เพื่อลงทุนขยายสาขาคลินิคโรคไตเพิ่มจาก 1 สาขา เป็น 50 สาขา ภายในปี 2565 เช่นเดียวกับการใช้โนว์ฮาวมาช่วยพัฒนาแพ็กเกจฟอกไตแบบครบวงจร ตั้งแต่คำแนะนำด้านอาหาร การใช้ยา และดูแลร่างกาย ช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

ขณะเดียวกัน ยังจับมือกับ ซิติก กลุ่มธุรกิจที่มีรัฐบาลจีนหนุนหลัง เพื่อลงทุนในเชนโรงพยาบาล “ปักกิ่ง เซนทูรี่ คอนเร” ซึ่งมี 11 สาขา รวม 7,000 เตียง และมีแผนนำบริการฟอกไตของซันท็อปเข้ามาเปิดอีกด้วย

ด้าน “มิตซุย” ซึ่งเป็นเทรดดิ้งคอมปะนีสัญชาติญี่ปุ่นรายแรก ๆ ที่มาลงทุนธุรกิจสุขภาพในเอเชีย ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยการลงทุน 147.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในดาวิตา แคร์ คลินิคโรคไตสัญชาติสิงคโปร์ก็ไม่น้อยหน้า เดินหน้าขยายธุรกิจสุขภาพในภูมิภาคเอเชียเช่นเดียวกัน โดยเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาได้ลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อหุ้นใน “ไอเอชเอช เฮลท์แคร์” เชนโรงพยาบาลเอกชนสัญชาติมาเลเซีย และเป็นเชนใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีสาขาในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย และตุรกี รวม 73 สาขา หรือ 1.2 หมื่นเตียง เพิ่มเป็น 33% และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้งเพื่อรุกอินเดียและจีน หลังไอเอชเอชฯมีแผนทุ่มเงิน 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อกิจการ “ฟอร์ทิส เฮลท์แคร์” เชนโรงพยาบาลใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย และเล็งสร้างโรงพยาบาลในเซี่ยงไฮ้ และเฉิงตูของจีน ตามเป้าเพิ่มจำนวนเตียงเป็น 2 หมื่นเตียงในปี 2566 และ 2.5 หมื่นเตียงในปี 2571 โดย “มิตซุย” จะสนับสนุนด้านการบริหารจัดการทรัพยากร การทำวิจัยการตลาด วางกลยุทธ์ราคาค่าบริการและหาซัพพลายเออร์

ส่วน “ซูมิโตโม” เริ่มรุกตลาดมาเลเซีย เมื่อเดือน มี.ค.เช่นเดียวกัน ด้วยการซื้อบริษัทด้านวางแผนบริการสุขภาพ ประกันและจัดการค่าใช้จ่าย 2 ราย ซึ่งแต่ละบริษัทมีฐานแพทย์ในสังกัดประมาณ 5,000 ราย โดยซูมิโตโมวางแผนนำบริการจากญี่ปุ่น เข้ามาให้บริการเพิ่ม เช่น แพทย์ทางไกล เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เช่น ยักษ์อุตสาหกรรม “มิตซูบิชิ” ที่รุกเมียนมา ด้วยการจับมือผู้ประกอบการท้องถิ่นเปิดโรงพยาบาล 9 แห่ง พร้อมชูจุดขายเป็นการนำแพทย์จากญี่ปุ่นเข้ามา เช่นเดียวกับ “มารูเบนิ” บริษัทด้านการลงทุนซึ่งรุกเปิดห้องแล็บรับงานจากโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ในฟิลิปปินส์

นอกจากสะท้อนการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจในจีนและญี่ปุ่น เพื่อรับมือสงครามการค้าแล้ว ยังฉายแววถึงการแข่งขันในธุรกิจสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย ที่น่าจะดุเดือดขึ้นอีก

****************************************************************************************

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.prachachat.net

www.prachachat.net/marketing/news-345320