Biotech Thailand is a biomedical & biotechnology directory providing a list of organisations, products & services in the biotech industry.

NEWS

    

วัคซีนใบยาฯ ลุ้นฉีดไตรมาส 4 คิดตัวใหม่รับไวรัสกลายพันธุ์

“วัคซีนใบยา"

ใบยาฯ สตาร์ตอัพสัญชาติไทย รุกเต็มกำลังผลิตวัคซีนโควิด คาดป้อนคนไทยได้ปลายปี’64-ต้นปี’65 พร้อมพัฒนาวัคซีนรองรับไวรัสกลายพันธุ์ ตั้งเป้าเจาะไทย-เทศลดการนำเข้า เพิ่มการส่งออก สร้างอุตสาหกรรมยา-วัคซีนไทยโต

ปัจจุบันสภาวการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในไทยทวีความรุนแรงต่อเนื่อง จากคลัสเตอร์ทองหล่อซึ่งยังคงกระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และยังไม่มีทีท่าจะแผ่วลง ผนวกกับคลัสเตอร์ใหม่ทัณฑสถานผลักยอดผู้ป่วยทะลุ 9,600 ราย ขณะที่การพึ่งพิงการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ดังนั้น การผลิตวัคซีนโควิดเพื่อใช้เองภายในประเทศอาจดูจะเหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทยในระยะยาว

ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานกรรมการ บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด สตาร์ตอัพไบโอเทค ผู้คิดค้นวัคซีนป้องกันโควิดจากใบพืชแห่งแรกในประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้การพัฒนาวัคซีนโควิดของไทยอยู่ระหว่างการเตรียมทดลองในคนระยะที่ 1 ในเดือนสิงหาคม 2564 และคาดว่าจะผ่านการทดลองในคนระยะที่ 2-3 และพร้อมให้คนไทยฉีดได้ตามเป้าภายในไตรมาส 4 ปี 2564 หรือไตรมาสแรกปี 2565

โดยวัคซีนป้องกันโควิดของใบยาฯ จะผลิตจากพืชใบยาสูบโดยใช้เทคโนโลยีนำโปรตีนจากพืชมาสร้างเลียนแบบไวรัส ซึ่งจุดเด่นของแพลตฟอร์มการผลิตนี้ คือ มีการทำมานานแล้วกับยาหรือวัคซีนชนิดอื่น ๆ ทำให้มีความปลอดภัยสูง ประกอบกับการจัดเก็บค่อนข้างง่ายในอุณหภูมิ 2-8 องศา ควบคู่กับการพัฒนาวัคซีนโควิดอีก 8 สายพันธุ์ เพื่อรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิดที่แพร่กระจายได้เร็วขึ้นและอยู่กับคนได้นานขึ้น ซึ่งกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกเผชิญอยู่

และแม้นักวิจัยสามารถคิดค้นวัคซีนต่าง ๆ ขึ้นได้ แต่ก็มักจะติดปัญหาระบบนิเวศการทดลองในไทยไม่เอื้ออำนวย เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยแทบไม่เคยคิดค้นหรือทำยาหรือวัคซีนขึ้นเอง

ดังนั้น บริษัทจึงใช้งบฯลงทุนราว 150 ล้านบาท เร่งพัฒนาและปรับปรุงสถานที่ผลิตวัคซีน บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร เพื่อให้รองรับการผลิตได้ราว 5 ล้านโดสต่อเดือน คาดแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยเคาะราคาวัคซีนอยู่ที่ไม่เกิน 500 บาทเป็นราคาทุน เพื่อขายในช่วงแพร่ระบาดให้แก่ภาครัฐและเอกชน พร้อมกับเล็งส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน หากปริมาณวัคซีนในประเทศมีเพียงพอแล้ว เพราะยิ่งผลิตมากขึ้นเท่าไร ราคายิ่งถูกลงเท่านั้น

ประธานกรรมการ บริษัท ใบยาฯ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังพัฒนาสินค้าอื่น ๆ อาทิ ยารักษาโควิด เซรุ่มแก้พิษงู ยารักษามะเร็ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองในสัตว์ หากทำสำเร็จจะช่วยให้ไทยลดภาระการนำเข้ายาราคาแพงจากต่างประเทศได้ พร้อมกับส่งเสริมการส่งออกยาไปในตัวสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่ยังไม่มีสถานที่ผลิต และเข้าไม่ถึงยาบางชนิด อาทิ เมียนมา ลาว เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังได้เล็งหาพาร์ตเนอร์นักลงทุนภายในประเทศที่เก่งด้านปลายน้ำ เพื่อส่งเสริมธุรกิจของใบยาฯ ซึ่งเป็นบริษัทต้นน้ำ และรองรับการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ ผศ.ภญ.ดร.สุธีรามองว่า ในระยะสั้นไปจนถึงระยะกลางควรเร่งฉีดวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ส่วนในระยะยาวนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมไบโอเทคของไทย ที่จะสนับสนุนให้เกิดการวิจัยต่อยอดนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อผลิตยาหรือวัคซีนไว้ใช้ได้เองภายในประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้ากลุ่มยาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศหลักหมื่นล้านบาท หากทำสำเร็จจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศได้เมื่อเกิดกรณีการแพร่ระบาดอื่น ๆ ขึ้นอีก

“ต้องยอมรับว่าการผลิตวัคซีนโควิดสัญชาติไทยของใบยาฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน ทำให้การแข่งขันในตลาดไบโอเทคในไทยเริ่มคึกคักขึ้นมา เห็นได้จากการที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเริ่มทำนวัตกรรมมากขึ้น ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับประเทศไทยในอนาคต ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อีกสักระยะ” ผศ.ภญ.ดร.สุธีรากล่าว

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/marketing/news-671837